[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by ATOMYMAXSITE 2.5
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากระบี่
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป  
English Chinese (Simplified) Chinese (Traditional) French German Italian Japanese Korean Portuguese Russian Spanish Vietnamese Thai     
ค้นหา   
เมนูหลัก
ประกาศต่างๆ ของ สพป.กระบี่

  

งานวิจัยการศึกษา
    เรื่อง : รายงานผลการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนด้วยวิธีการสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น (5 E)

เจ้าของผลงาน : ศศิธร เทพรัตน์
เสาร์์ ที่ 3 เดือน มีนาคม พ.ศ.2561
เข้าชม : 586    จำนวนการดาวน์โหลด : 0 ครั้ง
Not Rated stars เฉลี่ย : Not Rated จาก 0 ครั้ง.

บทคัดย่อ :
ชื่อเรื่อง                     รายงานผลการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนด้วยวิธีการสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น (5 E)  โดยบูรณาการการวาดภาพ  เรื่องการดำรงชีวิตของพืช  เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่คงทน  กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์  ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
ผู้รายงาน                  ศศิธร เทพรัตน์
สถาบันการศึกษา          โรงเรียนเทศบาลวัดเสาธงทอง
สำนักการศึกษา เทศบาลนครนครศรีธรรมราช
ปีการศึกษา                2559
 
บทคัดย่อ
 
               การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาและหาประสิทธิภาพรูปแบบการเรียนการสอนด้วย
วิธีการสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น (5 E)  โดยบูรณาการการวาดภาพ  เรื่องการดำรงชีวิตของพืช  กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์  ของนักเรียนประถมศึกษาปีที่ 4  ตามเกณฑ์ 80/80 2)  เปรียบเทียบ
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้รูปแบบการเรียนการสอนด้วยวิธีการสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น (5 E)  โดย
บูรณาการการวาดภาพ  เรื่องการดำรงชีวิตของพืช  กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์  ของนักเรียนชั้น
ประถมศึกษาปีที่ 4  ก่อนเรียนและหลังเรียน  3) ศึกษาความคงทนในการเรียนรู้โดยใช้
รูปแบบการเรียนการสอนด้วยวิธีการสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น (5 E)  โดยบูรณาการการวาดภาพ  เรื่องการดำรงชีวิตของพืช  กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์  ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4  หลังจากเรียนจบแล้ว 2 สัปดาห์  ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70  และ 4)  เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่มีต่อการเรียนโดยใช้รูปแบบการเรียนการสอนด้วยวิธีการสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น (5 E)  โดยบูรณาการการวาดภาพ เรื่องการดำรงชีวิตของพืช  กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์  ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4  กลุ่มตัวอย่างได้แก่นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/1  จำนวน  40 คน  โรงเรียนเทศบาลวัดเสาธงทอง  สำนักการศึกษา  เทศบาลนครนครศรีธรรมราช  ปีการศึกษา  2559 ได้มาโดยการสุ่มตัวอย่างแบบอย่างง่าย  (Simple Random  Sampling)  ด้วยการจับฉลากโดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยการสุ่ม  เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย  ได้แก่  (1) รูปแบบการเรียนการสอนด้วยวิธีการสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น (5 E)  โดยบูรณาการการวาดภาพ  (2) แผนการจัดการเรียนรู้  จำนวน  15  แผน เวลา 15 ชั่วโมง (3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน เป็นแบบปรนัย  ชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน  40  ข้อ  และ (4) แบบสอบถามความพึงพอใจ  วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ  1)  ค่าประสิทธิภาพของรูปแบบการเรียนการสอนด้วยวิธีการสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น (5 E)  โดยบูรณาการการวาดภาพ  เรื่องการดำรงชีวิตของพืช  โดยใช้ค่าร้อยละ 80/80  2)  เปรียบเทียบคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน  จากการทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน ด้วยสถิติทดสอบ  t-test  แบบ  dependent  3) วิเคราะห์ความคงทนในการเรียนรู้จากการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์หลังจากเรียนจบทันที  และทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์หลังจากเรียนจบแล้ว 2 สัปดาห์  โดยใช้ค่าเฉลี่ยร้อยละ  ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D) และ 4)  วิเคราะห์แบบสอบถามความพึงพอใจ  โดยใช้ค่าเฉลี่ย ()   ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D)
          ผลการวิจัยพบว่า
  1.  ผลการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนด้วยวิธีการสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น (5 E) โดยบูรณาการการวาดภาพ  เรื่องการดำรงชีวิตของพืช  เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่คงทน  ประกอบด้วยขั้นตอนการสอน 5 ขั้น  ได้แก่  1) ขั้นสร้างความสนใจ  2) ขั้นสำรวจและค้นหา  3) ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป  โดยบูรณาการการวาดภาพ  4) ขั้นขยายความรู้  5) ขั้นประเมิน  และผลการหาประสิทธิภาพของรูปแบบการเรียนการสอนด้วยวิธีการสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น (5 E) โดยบูรณาการการวาดภาพ  เรื่องการดำรงชีวิตของพืช  กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4  มีประสิทธิภาพโดยรวม เท่ากับ  86.09/90.50  มีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์กำหนดไว้  ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานการวิจัยข้อที่ 1
  2.  ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้รูปแบบการเรียนการสอนด้วยวิธีการสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น (5 E)  โดยบูรณาการการวาดภาพ  เรื่องการดำรงชีวิตของพืช  กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4     พบว่า  คะแนนเฉลี่ยหลังเรียน ( = 35.35,  S.D  = 1.55)  สูงกว่าคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียน ( = 21.85,  S.D = 2.93)  อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ  0.05  ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานการวิจัยข้อที่ 2
  3.  ผลการศึกษาความคงทนในการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการเรียนการสอนด้วยวิธีการสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น (5 E)  โดยบูรณาการการวาดภาพ  เรื่องการดำรงชีวิตของพืช  กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4  หลังจากเรียนจบแล้ว 2 สัปดาห์  นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผ่านเกณฑ์ร้อยละ  76.88  ( = 30.75 ,  S.D = 1.89)  ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานการวิจัยข้อที่ 3
  4.  ผลการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่มีต่อการเรียนโดยใช้รูปแบบการเรียนการสอนด้วยวิธีการสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น (5 E)  โดยบูรณาการการวาดภาพ  เรื่องการดำรงชีวิตของพืช  กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4   พบว่า  โดยรวมมีความพึงพอใจ ในระดับมาก ( = 4.36,  S.D = 0.42)  และเมื่อพิจารณารายด้านพบว่า  มีความพึงพอใจในระดับมากถึงมากที่สุดทุกด้าน  ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานการวิจัยข้อที่ 4



งานวิจัยการศึกษา 5 อันดับล่าสุด

      การพัฒนาหนังสืออ่านเพิ่มเติม ชุด เด็กดีวิถีพอเพียง 7/ส.ค./2561
      รายงานผลการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน เรื่อง การวัด การชั่ง และการตวง 7/ส.ค./2561
      การพัฒนารูปแบบการสอนตามแนวคิดซิปปาโมเดล ประกอบแบบฝึกทักษะ 7/ส.ค./2561
      การพัฒนารูปแบบการสอนสังคมศึกษา ด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้สมองเป็นฐาน 7/ส.ค./2561
      รายงานผลการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD โดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง ระบบจำนวนเต็ม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 2/ก.ค./2561


กำลังแสดงหน้าที่ 1/0 ->
<< 1 >>



ชื่อ/Email :
ใส่รหัสที่ท่านเห็นลงในช่องนี้
ความคิดเห็น :


กรุณาใช้คำพูดที่สุภาพ และอย่าใช้คำพูดที่พาดพิงถึงบุคคลอื่นให้เสียหาย ขอขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ


ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของระบบไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งที่ kerdsuk8@gmail.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป